ชื่นชมจากลูกค้า

การทำงานทุกประเภทที่เราได้ทำและทำด้วยความตั้งใจ สิ่งที่จะเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของเราอย่างหนึ่งก็ต้องหนีไม่พ้น คำชื่นชมของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานที่เป็นงานบริการและต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า คำชื่นชมของลูกค้าเปรียบเป็นน้ำทิพย์ประโลมใจ ทำให้ความยากลำบากของการทำงานที่ผ่านมาหายไป ด้วยคำชื่นชมของลูกค้า บางครั้งผู้ที่ทำงานด้วยจิตวิญญาณของผู้ทำงาน มีความรับผิดชอบต่อการทำงาน ทุ่มเทและคาดหวังให้งานที่ออกมาเป็นงานที่มีคุณภาพ หรืองานที่ออกมาถูกใจลูกค้าของเรา ซึ่งเรามักจะถือความเห็นและความสุขของลูกค้าเป็นสำคัญ

ดังนั้นคำชื่นชมของลูกค้าถือเป็นโบนัสของเรา แต่ในบางครั้ง การทำงานด้วยหวังคำชื่นชมของลูกค้า ก็อาจจะนำพาความคาดหวังที่สูงเกินไปมายังผู้ทำงาน ทำให้เป็นความกดดัน เพราะความคาดหวัง คาดหวังต่อคำชื่นชมของลูกค้า คาดหวังต่อผลงานที่ออกมา หากเราคาดหวังมาก ก็จะกลายเป็นทั้งคุณประโยชน์และโทษเช่นกัน หากเราได้คำชื่นชมของลูกค้า ตามที่เราคิดและปรารถนาไว้ เราก็จะดีใจและมีกำลังใจที่จะทำงานต่อไป สร้างสรรค์ผลงานถัดๆ ไป แต่หากเราไม่ได้รับคำชื่นชมจากลูกค้าตามที่เราคาดหวังไว้ ก็อาจจะทำให้เราผิดหวังและหมดกำลังใจที่จะก้าวต่อไป ทำงานต่อๆ ไป ซึ่งถือว่าเป็นคุณและโทษตามที่ได้กล่าวไว้แล้ว คำชื่นชมของลูกค้า เปรียบเป็นยาวิเศษ ยามที่ผู้ที่ทำงานหนักหรือทุ่มเทใจกับงานที่ได้ทำ บุคคลผู้นั้นก็มักจะคาดหวังที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดี เมื่อเราตั้งใจมากๆ เสียพลังงานทั้งกายและสมองในการทำงานมากๆ เข้า คำชื่นชมของลูกค้า จะเป็นสิ่งที่ทำให้ความยากลำบากเหล่านี้หมดไป ทำให้เรากลับมามีพลังที่จะริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานหรือทำงานชิ้นต่อๆ ไป แต่คำชื่นชมของลูกค้าก็ถือเป็นดาบสองคม เพราะไม่ใช่ลูกค้าทุกคนที่จะมีคำชื่นชมให้ผู้ที่ทำงานให้ หรือผู้ที่ให้บริการ ดังนั้นหากปราศจากคำชื่นชมของลูกค้า อาจจะทำให้ผู้ที่ทำงานหมดกำลังใจหรือรู้สึกล้ามากๆ ก็ได้ ดังนั้นเราต้องมีความพอดี อย่าคาดหวัง ใครๆ ก็อยากได้คำชื่นชมของลูกค้า โดยเฉพาะท่านที่ทำงานด้านบริการ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริการตามร้านอาหาร เชฟผู้ทำอาหาร ฝ่ายออกแบบตกแต่งภายในก็ดี พนักงานทำทัวร์ท่องเที่ยวก็ดี ทุกฝ่ายที่ตั้งใจทำงานของตนเองก็ย่อมต้องคาดหวังคำชื่นชมของลูกค้า ข้าพเจ้านั้นชอบทำงานด้านบริการเช่นกัน โดยได้มีโอกาสทำงานอยู่ 2-3 ชิ้นที่เกี่ยวกับด้านบริการ ซึ่งเรียกได้ว่าคำชื่นชมของลูกค้านั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนที่ทำงานด้านนี้คาดหวังเป็นอย่างมาก บางครั้งไม่ได้กำไรจากงานที่ทำ

แต่คำชื่นชมของลูกค้ากลายเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีพลังที่จะทำงานนี้ต่อไป จะยกตัวอย่างให้เห็นดังนี้ งานแรกเป็นการไปทำงานยังต่างประเทศ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเป็นหัวหน้าทัวร์ พาลูกทัวร์ไปไหว้พระที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นการเดินทาง 3 วัน 2 คืน ลูกทัวร์ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการและมีฐานะที่ดี ส่วนมากแล้วมักจะเดินทางเป็นคู่ๆ และแต่ละคู่ก็มักจะเป็นวัยกลางคนขึ้นไป ซึ่งการไปครั้งนี้ข้าพเจ้าไม่ได้คาดหวังในเรื่องของทิปมากนัก แต่เพียงแค่หวังว่าการเดินทางและโปรแกรมต่างๆ จะราบรื่นแค่นั้นเอง แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ทุกบริการที่ข้าพเจ้าได้ทำก็เพียงแค่หวังว่าจบทริปแล้วทุกคนที่มาร่วมทริปจะมีความสุขแค่นั้นเอง แต่ผลปรากฏว่า ในวันสุดท้ายของการเดินทาง ลูกค้าทุกๆ ท่านต่างพูดชื่นชมในเรื่องของการบริการที่ทางข้าพเจ้าได้ดูแล ถึงแม้ว่าทริปนี้จะเหนื่อยมากและมีอุปสรรคบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า เราจบทริปด้วยความชื่นมื่นกันทุกฝ่าย อีกครั้งก็คือการจัดอบรมการทำโปรแกรมของบริษัทให้ลูกค้ารู้ว่าต้องใช้งานอย่างไร ข้อจำกัดในการใช้งาน ปัญหาที่จะได้พบ และข้อดีข้อเสียของโปรแกรม ซึ่งการอบรมนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งวันและผู้เข้าร่วมอบรมก็มีประสบการณ์ด้านการใช้โปรแกรมกันอยู่แล้ว หากแต่ก็เป็นหน้าที่ที่ข้าพเจ้าต้องคิดหาวิธีที่จะทำให้การอบรมครั้งนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น การผ่อนคลายจากความเบื่อหน่ายของการอบรม เกมและคำถามที่ต้องตระเตรียม และเมื่อเราเตรียมงานต้องยอมรับว่าใช้พลังงานเยอะมากเลยทีเดียว แต่พอได้คำชื่นชมของลูกค้าที่มาอบรม ความเหนื่อยยากทั้งหมดก็หายไปในพริบตาทีเดียว

Comments are closed.