ใบเวิร์กเพอร์มิต

ในปัจจุบันการจ้างงานชาวต่างชาติมีมากขึ้น โดยเฉพาะกับองค์กรที่ต้องการบุคลากรที่ต้องมีความรู้ด้านภาษาต่างประเทศ หรืองานบางอย่างที่เราต้องใช้ชาวต่างชาติมาช่วยงาน ดังนั้นการแปลเอกสารเพื่อขอ เวิร์กเพอร์มิต (work permit) ให้กับชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย จึงกลายเป็นอีก 1 งานแปลที่ศูนย์แปลภาษามีโอกาสได้ทำและแปลให้กับลูกค้าหรือบริษัทต่างๆ บ่อยๆ การทำ work permit นั้นค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะ องค์กรที่ต้องทำ work permit ให้กับพนักงานชาวต่างชาตินั้นต้องเตรียมเอกสารและยื่นจดทะเบียนการค้าด้วยวงเงินที่มากขึ้นตามแต่ที่กฎหมายกำหนด เท่าที่เคยเห็นบางบริษัททำกัน ขั้นตอนและเอกสารต้องเตรียมการให้พร้อมอีกทั้งต้องเตรียมเงินค่าธรรมเนียมด้วย ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีการแปลเอกสารเพื่อขอ เวิร์กเพอร์มิต (work permit) ให้กับชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย หากบริษัทนั้นๆ ไม่สะดวกที่จะแปลเอกสารเองก็สามารถใช้บริการของบริษัทหรือศูนย์รับแปลเอกสารก็ได้ หลักๆ แล้วเอกสารเหล่านี้ใช้กับ ตม หรือที่ย่อมาจาก ตรวจคนเข้าเมือง (immigration)

การทำ work permit นั้นมีหลักการเกือบคล้ายคลึงกันทุกประเทศ เว้นแต่ว่าหลังจากนั้นแล้ว บริษัทก็ต้องต่ออายุของ Work Permit ตามที่กำหนด แต่ละบริษัทที่จะทำ work permit ให้กับพนักงานชาวต่างชาตินั้นต้องมีทุนจดทะเบียนบริษัทตามที่กำหนด เช่น หากมีชาวต่างชาติ 2 คน ทุนจดทะเบียน 2 ล้าน แต่หากมีพนักงานชาวต่างชาติ 3 คนขึ้นไปอาจจะต้องมีทุนจดทะเบียน 4 ล้าน เป็นต้น (อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างสมมติ) ทุนจดทะเบียนจึงเป็นตัวบ่งชี้จำนวนพนักงานชาวต่างชาติของแต่ละบริษัทด้วยเช่นกัน บางบริษัท อยากมีพนักงานชาวต่างชาติมากกว่านี้ เพราะแรงงานไทยนั้นหายากมากขึ้นทุกวัน แต่ก็อาจจะติดขัดตรงทุนจดทะเบียน บางครั้ง พนักงานชาวต่างชาติที่อยากทำงานในประเทศไทยแต่ว่าบริษัทที่ทำงานด้วยนั้นไม่มีทุนจดทะเบียนที่เพียงพอ ดังนั้นพนักงานชาวต่างชาติหลายต่อหลายคนจึงใช้วิธีการเดินทางออกนอกประเทศไทยทุกๆ 3 เดือนเพื่อจะได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยได้ชั่วคราวเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มักจะอยู่ในประเทศไทยได้ประมาณ 1-3 เดือนโดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่หากชาวต่างชาติบางประเทศ สามารถเดินทางมาอยู่ในประเทศไทยได้ครั้งละ 1 เดือน ก็ต้องเดินทางบ่อยขึ้น ที่บริษัทของข้าพเจ้าก็มีการรับพนักงานชาวต่างชาติมาทำงานเช่นกัน แรกๆ ก็เป็นชาวสิงคโปร์ 1 คน หลังจากนั้นก็รับชาวญี่ปุ่นเพิ่ม 1 คน เมื่อผลประกอบการดีขึ้น ก็รับชาวญี่ปุ่นคนที่? 2 เพิ่ม แต่แรกๆ นั้นเอกสารการขอ work permit ยังไม่เรียบร้อยดี ดังนั้น ชาวญี่ปุ่นคนที่ 2 จึงต้องอาศัยการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทย แล้วกลับเข้ามาใหม่แทน เพื่อที่จะมีโอกาสในการเข้ามาพำนักชั่วคราว 3 เดือน จนกระทั่งทุกอย่างพร้อม มีการแปลเอกสารเพื่อขอ เวิร์กเพอร์มิต (work permit) ให้กับชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย โดยบริษัทที่จดทะเบียนอย่างถูกต้อง หลังจากผ่านเรื่องเอกสารและหลักฐานต่างๆ แล้วชาวญี่ปุ่นคนที่ 2 ก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปตามชายแดนหรือประเทศเพื่อนบ้านอีกต่อไป

ซึ่งหากทำแบบนี้ในระยะยาวย่อมไม่เป็นผลดีแน่ๆ เพราะประวัติการเข้าออกจะถี่เกินไป แต่มีขั้นตอนนึงที่น่าสนใจคือ การถ่ายรูปสถานประกอบการกับพนักงานและโชว์ป้ายชื่อบริษัท และสถานที่ที่ทำงาน ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าคิดว่า เราสามารถโกหกด้วยภาพก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็คิดว่า ทางกรมตรวจคนเข้าเมืองน่าจะมีเหตุผลของการขอภาพถ่ายเหล่านี้ นอกนั้นก็มีอีกขั้นตอนที่ต้องอาศัยศูนย์แปลเอกสารนั่นก็คือการแปลเอกสารเพื่อขอ เวิร์กเพอร์มิต (work permit) ให้กับชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย ซึ่งก็ช่วยได้เยอะเลย แต่หลังจากชาวญี่ปุ่นลาออกทั้งหมด ทางบริษัทข้าพเจ้าก็ได้รับชาวฟิลิปปินส์เข้ามาทำงานอีก 2 คน หลังจากนั้นก็มีชาวจีนอีก 1 คน เนื่องด้วยตลาดการท่องเที่ยวของจีนและเศรษฐกิจที่เปิดกว้างของชาวจีน ทำให้คนจีนเดินทางออกนอกประเทศมากขึ้นและมีการทำงานตามประเทศต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยเพราะว่า เป็นประเทศที่ชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นอันดับ 1 ในขณะนี้ ทำให้ที่บริษัทของข้าพเจ้ามีพนักงานชาวจีนเวียนเข้าและเวียนออกมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการแปลเอกสารเพื่อขอ เวิร์กเพอร์มิต (work permit) ให้กับชาวจีนจึงได้กระทำบ่อยครั้งมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โชคดีอย่างที่ได้บอกไว้ข้างต้น ศูนย์แปลเอกสารนั้นได้ช่วยให้งานขั้นตอนนี้ง่ายและสะดวกขึ้นมาก เรียกได้ว่า มีเลขาส่วนตัวช่วยทำงานด้านเอกสารให้เรา

Comments are closed.