ประมูลงาน

ประมูลงานราชการ

หากท่านกำลังมองหาศูนย์แปลภาษาหรือบริษัทรับแปลเอกสารที่ท่านสามารถไว้ใจและเชื่อถือได้ เราอยากให้ท่านพิจารณาให้รอบครอบ หากท่านเคยใช้บริการศูนย์แปลภาษาหรือบริษัทรับแปลเอกสารหลายแห่งมาแล้ว ท่านจะพบว่า ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะทำงานแปลภาษาได้ดีเสมอไป บางครั้งท่านอาจจะคิดเสียดายเงินค่าจ้างแปลภาษาที่ต้องจ่ายให้ศูนย์แปลภาษาหรือบริษัทรับแปลเอกสารเลยทีเดียว การแปลเอกสารเพื่อประมูลงานกับหน่วยงานราชการก็เช่นกัน เป็นการใช้เอกสารเพื่อยื่นในการได้สัมปทานกับหน่วยงานราชการ ดังนั้น เอกสารและภาษาที่ต้องแปล ต้องมีความครบถ้วน สมบูรณ์และถูกต้อง

การแปลเอกสารเพื่อประมูลงานกับหน่วยงานราชการ เป็นการแปลเอกสารขั้นพื้นฐานที่ศูนย์แปลภาษาหรือบริษัทรับแปลเอกสารทุกบริษัทสามารถทำได้ ไม่ว่าท่านจะจ้างบริษัทใดก็ตาม บริษัทนั้นๆ ต้องแปลเอกสารเพื่อประมูลงานกับหน่วยงานราชการได้ เหมือนกับเวลาเราจะไปทานข้าวตามร้านอาหารตามสั่ง ร้านอาหารนั้นๆ ต้องมีกับข้าวที่เป็นพื้น ที่ทุกร้านทำได้ อาทิ ไข่เจียว ผัดกะเพรา เป็นต้น

ข้าพเจ้าเคยจ้างแปลเอกสารกับศูนย์แปลเอกสารแห่งหนึ่ง จริงๆ แล้วราคาไม่ได้แพงมาก ถือว่าอยู่ในขอบเขตที่รับได้ แต่เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ตั้งแต่เด็ก อ่านหนังสือการ์ตูน พอเริ่มโตก็อ่านหนังสือพิมพ์ อ่านหนังสือนิยาย อ่านนิตยสารที่ออกเป็นรายเดือน และเริ่มอ่านพวกนิยายแปล (จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย) ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงโชคดีที่ว่า การรักการอ่านแบบนี้ ทำให้มีความสามารถด้านภาษาติดมาด้วย อาจจะไม่ได้เก่งมากมาย แต่เรียกว่าสามารถอ่านหนังสือหรือนิยายเล่มหนึ่งแล้วสามารถวิเคราะห์การใช้ภาษา สังเกตการสะกดคำผิดในเนื้อหาได้ ดังนั้นเมื่อข้าพเจ้าต้องจ้างนักแปลภาษาหรือศูนย์แปลภาษามาช่วยแปลงาน จึงมีความคาดหวังในเรื่องของคุณภาพของการแปลเป็นอย่างมาก เมื่อได้รับผลงานกลับมา ทำให้ค้นพบความจริงว่า ศูนย์แปลภาษาก็ไม่ได้ทำงานเรียบร้อยเสมอไป บางครั้งการที่นักแปล ไม่ได้อยู่ในวงการหรือแวดวงของงานนั้นๆ ก็จะทำให้การแปลภาษาขาดความถูกต้องไปบ้าง ดังนั้นนักแปลภาษาที่ดี ต้องทำการบ้านเยอะ เพราะงานบางชิ้น นักแปลไม่มีประสบการณ์ จำเป็นต้องอาศัยการอ่านทำความเข้าใจก่อนแปลเสมอ

การแปลเอกสารเพื่อประมูลงานกับหน่วยงานราชการนั้น เป็นการแปลงานในลักษณะตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม เพราะเอกสารราชการ ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาสละสลวยเลี้ยวไปมา หากแต่ต้องรักษาความหมายเมื่อแปลแล้วต้องเข้าใจได้ถูกต้องแค่นั้นเอง แต่การใช้ภาษาก็ต้องมีส่วน เพราะบางครั้งนักแปลภาษาต้องเข้าใจว่า ภาษาราชการมีลักษณะแบบใด ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ข้าพเจ้าเคยพบเห็นจากศูนย์แปลภาษาหรือบริษัทรับแปลเอกสาร การแปลที่อยู่ ในการแปลเอกสารเพื่อประมูลงานกับหน่วยงานราชการ ควรจะใช้การแปลที่มีความถูกต้อง อาทิ ตำบล เรามักจะใช้ภาษาอังกฤษทับศัพท์ไปเลยว่า Tambol หรือ T. ซึ่งการแปลแบบนี้ ที่จริงแล้วไม่น่าจะเป็นการแปลที่ถูกต้อง ตำบลหรือแขวงนั้น เราควรใช้คำว่า sub-district ส่วนการแปลอำเภอหรือว่าเขต ควรใช้คำว่า District หมู่บ้านก็ต้องใช้คำว่า Village ไม่ใช่ใช้คำว่า M. (น่าจะย่อมาจาก Mooban) ซึ่งหากเจ้าของภาษามาอ่าน เค้าน่าจะงง ว่าคืออะไร แปลว่าอะไร แต่ว่าคนไทยนั้น ถนัดและใช้แบบนี้มานานแล้ว ดังนั้น เราจึงคุ้นชินกับการแปลและการเขียนแบบผิดๆ บางทีอ่านแล้วก็น่าขำเช่นกัน ว่าใครกันเป็นคนแรกๆ ที่เขียนหรือแปลออกมาผิดๆ แบบนี้

มีอยู่ครั้งนึง ข้าพเจ้าติดฝนอยู่ข้างในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เอ็มอาร์ที สถานีลุมพินี (ทำงานย่านลุมพินี) แล้วพนักงานของสถานีก็มีการประกาศว่า ฝนกำลังตกอยู่ข้างนอกสถานีนะ เป็นการเตือนให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน เอ็มอาร์ทีวันนั้นรู้ตัว และหากไม่พร้อมจะออกจากสถานี สามารถนั่งรอให้ฝนหยุดตกก่อนได้ พนักงานประกาศเป็นภาษาไทยก่อน แล้วก็ประกาศเป็นภาษาอังกฤษว่า ?Rain is failing outside station? ซึ่งพอได้ยินปุ๊บ ข้าพเจ้าแทบจะฮากลิ้งเลยทีเดียว นี่คือรถไฟฟ้าใต้ดิน เอ็มอาร์ที เป็นองค์กรใหญ่ และบุคคลากรอย่างน้อยก็จบปริญญาตรีแน่นอน แต่ว่าการใช้ภาษาอังกฤษแบบนี้ ถือว่าสอบตกอย่างมากๆทีเดียว นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งว่า ทำไมศูนย์แปลภาษาถึงยังมีความสำคัญกับเรา ทำไมเรายังต้องพึ่งพาบริษัทรับแปลเอกสารต่างๆ นั่นเพราะคนไทยหลายๆ คน ยังไม่มีทักษะด้านภาษา เราจึงต้องอาศัยผู้ที่ชำนาญและมีทักษะมาเป็นผู้ช่วยในด้านนี้

Comments are closed.