บทภาพยนตร์ ซับไตเติ้ล

หากท่านชอบการดูภาพยนตร์ ที่มาจากต่างประเทศที่เป็นภาพยนตร์ที่ใช้ภาษาอังกฤษ ท่านอาจจะเคยอ่านภาษาไทยที่แปลอยู่ด้านล่างหรือที่เราเรียกกันว่า Subtitle ท่านรู้หรือไม่ว่า การแปลบทภาพยนตร์และออกเอกสารรับรองเพื่อขออนุญาตกับหน่วยงานของรัฐนั้น เป็นส่วนหนึ่งของนักแปลหรือศูนย์แปลภาษาด้วยเช่นกัน โดยส่วนมาก นักแปลที่เก่งๆ ที่มักรับงานแปลบทภาพยนตร์ มักจะเป็นนักแปลที่รู้จักใช้ภาษาที่ทันสมัยและเหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบัน รู้จักหลบหลีกใช้คำที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดความสนุกมากขึ้น

หลายต่อหลายครั้งที่เราจะนั่งขำกับบทภาพยนตร์บางบท ที่หยิบยกเรื่องราวหรือข่าวที่กำลังดังในขณะนั้นมาประกอบกับบทพูดของตัวละครในบทภาพยนตร์ นั่นเล็งให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของนักแปลหรือศูนย์แปลภาษา หากการแปลบทภาพยนตร์ เป็นการแปลแบบถูกต้องและชัดเจนมากๆ เหมือนดังเช่น การแปลเอกสารราชการ รับรองได้ว่า อรรถรส ของการชมภาพยนตร์ของคนดูต้องหมดไปเกินกว่าครึ่งอย่างแน่นอน เพราะภาพยนตร์ส่วนใหญ่เป็นการชมเพื่อความบันเทิง ดังนั้นคำพูดของตัวละคร หรือคำบรรยายก็ดี ผู้แปลต้องแทรกอารมณ์ขันบ้าง หรือแทรกเหตุการณ์ปัจจุบันบ้าง เพื่อให้รู้สึกว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทันสมัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีการแทรกหรือปรับเหตุการณ์ปัจจุบันเข้าไปในบทได้ในทุกๆ เรื่อง เพราะขึ้นอยู่กับภาพยนตร์ด้วยว่า เป็นเรื่องประเภทอะไร เช่น หากเป็นภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ชาติไทย เราก็ไม่สามารถเพิ่มเติมหรือสอดแทรกเนื้อหาหรือเหตุการณ์ปัจจุบันเข้าไปในบทภาพยนตร์หรือบทพูดของตัวละครได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแปลบทภาพยนตร์ จากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษด้วยแล้ว เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและควรแปลโดยอิงจากบทภาพยนตร์เดิมให้มากที่สุด เพราะเมื่อแปลแล้วต้องไม่มีความผิดเพี้ยน มิฉะนั้นอาจจะก่อให้เกิดประเด็นดราม่าขึ้นมาได้ การแปลบทภาพยนตร์และออกเอกสารรับรองเพื่อขออนุญาตกับหน่วยงานของรัฐนั้น สามารถให้ศูนย์แปลที่มีความชำนาญช่วยเหลือในด้านนี้ได้ เพราะศูนย์แปลย่อมทราบดีว่า ภาพยนตร์ประเภทไหนควรแปลอย่างไรและเอกสารรับรองใดบ้างที่จะต้องจัดเตรียมเพื่อขออนุญาตกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อตัดความยุ่งยากและซับซ้อนของการทำงานไปอย่างน้อยก็ 1 ขั้นตอน

การแปลบทภาพยนตร์และออกเอกสารรับรองเพื่อขออนุญาตกับหน่วยงานของรัฐนั้น มีหลายศูนย์แปลเอกสาร ที่สามารถรับทำงานแปลแบบนี้ หากเราเคยดูภาพยนตร์ที่มาจาก Hollywood เรามักจะประทับใจกับการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย โดยเฉพาะ Subtitle ที่เราได้อ่านกันหรือการพากษ์คำพูดของตัวละครในเรื่องก็ดี จะทำให้เรารับรู้ได้ถึงประสบการณ์และความรู้ความสามารถของนักแปลหรือศูนย์แปลนั้นๆ ข้าพเจ้าเคยได้ดูภาพยนตร์จากต่างชาติมาหลายต่อหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่เป็น Sound Track หรือว่าเสียงในฟิลม์ หรือเสียงพูดเป็นภาษาอังกฤษ แต่มีคำบรรยายไทย ให้อ่านสำหรับคนที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยแตกฉาน ดังนั้นข้าพเจ้ามักจะจดจำชื่อของนักแปลเมื่อตอนภาพยนตร์จบลงและมีการให้เครดิตนักแปล อาทิ คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา ซึ่งคุณจิระนันท์ เป็นนักแปลบทภาพยนตร์ (บรรยายไทย) ที่เก่งมากและข้าพเจ้าชื่นชอบมากคนหนึ่ง คุณจิระนันท์ใช้ภาษาได้สละสลวย เข้ากับยุคสมัย เข้ากับเหตุการณ์ในบทภาพยนตร์

ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่องดังๆ ข้าพเจ้ามักจะคิดเสมอว่า บทบรรยายไทยนี้น่าจะเป็นสำนวนของคุณจิระนันท์ ซึ่งส่วนมากก็ถูกต้อง ความประทับใจเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าชื่นชอบการอ่านมากขึ้น เพราะคิดเสมอว่า อ่านมากก็ต้องรู้มาก ในเรื่องการแปลบทภาพยนตร์และออกเอกสารรับรองเพื่อขออนุญาตกับหน่วยงานของรัฐ เป็นเรื่องที่สามารถพลิกแพลงได้ในแง่ของการแปลบทภาพยนตร์ แต่การขอเอกสารรับรองเพื่อขออนุญาตนั้น ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบางครั้ง ภาพยนตร์นั้นมีการอิงประวัติศาสตร์ จำเป็นต้องมีการค้นหาข้อมูลและหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อน ความขัดแย้งในงานแปล บางครั้งบทภาพยนตร์อาจจะอ้างอิงถึงความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ หรืออ้างอิงถึงความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นจากการต่อสู้กันระหว่างประเทศ

ดังนั้น นักแปลที่ดีต้องรู้จักหาข้อมูลและรู้จักปรับเปลี่ยนบทพูดหรือหลีกเลี่ยงบทพูดที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นได้ เรื่องบางเรื่องเป็นสิ่งที่กระทบใจผู้ชม การแปลบทพูดก็ต้องขยี้บท เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงจิตวิญญาณของตัวละครนั้นๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ถือเป็นความสามารถของนักแปล ซึ่งในปัจจุบันนอกจาก คุณจิระนันท์แล้ว ก็ยังมีอีกหลายท่านที่โดดเด่นด้านการแปลบทภาพยนตร์เลยทีเดียว

Comments are closed.