แข่งขันราคา

หากท่านเป็นคนหนึ่ง ที่ฉลาดเลือกหรือผ่านการเลือกสรร เลือกซื้อสินค้าและบริการจากหลากหลายสินค้า ท่านก็จะเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจว่า ทำไมเราไม่ควรเลือกผู้ใช้บริการจากราคาเพียงอย่างเดียว

ท่านเคยได้ยินคำพูดหนึ่งที่ว่า ถูกและดีมีที่ไหน บ้างมั๊ย บางครั้งคำพูดนี้ก็สามารถตอบคำถามนั้นได้ งานบริการบางอย่างหรือสินค้าบางชนิด ราคาถูกไม่ใช่ว่าจะได้มาตรฐานเสมอไป เราไม่ควรจะเอาราคามาตัดสินการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการ เพราะถูกและดีมีที่ไหน (แน่นอน ต้องมีนัยยะอะไรแอบแฝงแน่ๆ )

การแข่งขันในปัจจุบัน เป็นการแข่งขันที่รุนแรง และมีความเข้มข้นสูงไม่ว่าจะเป็นการค้าขายอะไรก็ตาม กลยุทธ์ง่ายๆ ที่เรามักจะเห็นก็คือ กลยุทธ์ด้านราคา นั่นคือลดราคาให้ดูน่าสนใจ หรือตัดราคากันเพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้โดยง่าย ในปัจจุบัน เราแทบจะถูกกลยุทธ์เหล่านี้หลอกลวง เอาง่ายๆ หากเราจะจ้างร้านถ่ายรูปงานแต่งงานหรือที่เรานิยมถ่าย พรีเว้ดดิ้งกัน เราจะเห็นว่า ปัจจุบัน ราคาถูกมาก เช่น 15,000 บาท? อีกทั้งให้เปลี่ยน 4 ชุด แต่ว่าพอเอาเข้าจริง งานของบางร้านก็เป็นงานแบบฉาบฉวย ไม่ประณีตและเอาง่าย ในที่สุดก็ต้องเสียเงินเพิ่ม เพราะ 15,000 บาทให้รูปแค่ 15 รูป แต่หากเอารูปเพิ่ม ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ใบละ 800 บาท หากเอาหมด ก็เท่ากับว่า ต้องจ่ายเพิ่มอีกหลายหมื่น นั่นหมายความว่า ราคาไม่ได้เป็นตัวตัดสินอย่างเดียว

ดังนั้นเราต้องรอบคอบในการเลือกใช้บริการ เพราะบางครั้งเราถูกดึงดูดด้วยราคาในคราแรก และต่อมาเราก็ต้องจ่ายเพิ่ม กลายเป็นว่า ในที่สุด เราซื้อของแพงที่สุดไป อีกหนึ่งตัวอย่างเช่น เรื่องการจ้างแปลงานเอกสาร หลายแห่ง เสนอราคาที่ถูกมากเพื่อตัดราคาคู่แข่ง แต่พอผลงานออกมา ปรากฏว่า การแปลงานนั้นไม่สมบูรณ์และไม่มีความสละสลวย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต้องใช้การแปลงานเอกสาร เพื่องานราชการ หากทำแบบลวกๆ ก็อาจจะก่อนให้เกิดความเสียหายได้ ตัวอย่างทั้ง 2 ตัวอย่างนี้จึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมเราไม่ควรเลือกผู้ใช้บริการจากราคาเพียงอย่างเดียว เราควรคำนึงถึงคุณภาพและมาตรฐานของงานที่จะได้ด้วย ทำไมเราไม่ควรเลือกผู้ใช้บริการจากราคาเพียงอย่างเดียว เนื่องด้วยการแข่งขันในปัจจุบันมีความเข้มข้นสูง ดังนั้นหลายๆ บริษัทเลือกที่จะตัดราคา หรือบางแห่งต้องการให้ได้เงินมาเพื่อหมุนในกิจการ ซึ่งทำให้บริษัทหรือสถานประกอบการหลายๆ แห่งเลือกใช้ทางเลือกนี้ หากท่านยังจำได้ มีสถานประกอบการให้บริการ ฟิตเนส เจ้าดังอยู่เจ้าหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกและมีสาขาอยู่ในหลายๆ ประเทศ ด้วยคนในปัจจุบันนิยมหันมาออกกำลังกายและรักษาสุขภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นสงครามราคาจึงตามมา แรกๆ การเป็นสมาชิกฟิตเนสมีราคาแพงมาก ตกเดือนละหลายพันบาท ต่อมาก็กลายเป็น ปีละหลายพันบาท จนในที่สุดได้กลายเป็น 10,000 บาทตลอดชีพ ซึ่งกลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ฟิตเนสเหล่านั้นล้มละลายและต้องปิดกิจการไปในที่สุด คาดว่าช่วงสุดท้ายของการทำราคา จะเป็นการเก็บเงินก้อนสุดท้ายก่อนที่จะปิดกิจการไป

ดังนั้นลูกค้าทั้งหลายที่มักจะหลงของถูก กลายเป็นเหยื่อให้ถูกหลอกได้ อีกหนึ่งตัวอย่างที่เป็นข่าวดังมากในช่วงสงกรานต์ ปี 2560 ที่ผ่านมา คือทัวร์ไปญี่ปุ่น ด้วยราคาหัวละหมื่นกว่าบาท มีผู้คนโดนหลอกลวงและซื้อทัวร์ราคาถูกนี้หลายพันคน ความเสียหายหลายสิบล้านบาทเลยทีเดียว บางรายซื้อทัวร์เป็นสิบๆ หัว เพราะไปกันยกครอบครัว แถมบางครอบครัว ต้องเสียเงินค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ เพื่อมาต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ ในที่สุดหลังจากรอแล้วรอเล่า ก็กลายเป็นว่าอดไป ทัวร์ที่จัดนี้เป็นทัวร์หลอกลวง แต่ก็แปลกที่ยังคงมีบางคนยังมีความหวังและมีความเชื่อและยินดีรอ เผื่อตนเองจะได้ไปทัวร์ราคาถูกผิดปกตินี้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์สำหรับคนที่ชอบของถูก ทำไมเราไม่ควรเลือกผู้ใช้บริการจากราคาเพียงอย่างเดียว หากราคาถูกเกินไป คนที่เป็นเจ้าของกิจการหรือโปรแกรม เค้าจะได้รายได้จากไหน แค่คิดง่ายๆ แบบนี้ ก็น่าจะทำให้เราได้สติว่า เราไม่ควรตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการอะไรก็แล้วแต่จากราคา เราควรสืบหรือมองหาเหตุและผลให้ดี บางครั้งการซื้อของถูกก็ทำให้เราเสียหายและความเสียหายอาจจะมากกว่าการที่เรายอมเสียเงินซื้อบริการหรือสินค้าในราคาปกติด้วยซ้ำไป จะเห็นได้ความ มนุษย์ในปัจจุบันตกเป็นเหยื่อของยุทธศาสตร์ด้านราคาเป็นจำนวนมาก

Comments are closed.